เสน่ห์แกงไทยโบราณ: สูตรอร่อยที่ควรลองทำในบ้าน

การทำอาหารเป็นส่วนสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงในวัฒนธรรมไทย และในโลกของอาหารไทย แกงไทยโบราณเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงและถูกยกย่องอย่างมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรสชาติที่หอม รสชาติที่เผ็ด หรือรสชาติที่เปรี้ยว แกงไทยโบราณนั้นมีความหลากหลายและความพิเศษที่ไม่เหมือนใครที่มาจากสูตรที่ถูกสืบทอดมาตั้งแต่อดีต

ในบทความนี้เราจะพาคุณไปสำรวจโลกของแกงไทยโบราณ ตั้งแต่สูตรที่ยากลำบากถึงสูตรที่น่าสนใจและยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง มาทำความรู้จักกับเสน่ห์และความหลากหลายของแกงไทยโบราณที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าทึ่งในทุกๆ คำและรสชาติ พร้อมกับสูตรการทำที่เข้มข้นและน่าตื่นตาตื่นใจที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติและกลิ่นอันหอมหวานของแกงไทยโบราณที่น่าตะลึงใจอย่างแท้จริง!

1. แกงบุ่มไบ่

แกงบุ่มไบ่ by KRUA.CO

ส่วนผสม:

  • กะทิข้น – 2 ถ้วย
  • หัวกะทิ – 2 ถ้วย
  • น้ำพริกแกง – 4 ช้อนโต๊ะ
  • เนื้อวัว – 500 กรัม
  • หอมใหญ่ – 1/2 หัว
  • แตงร้าน – 1 ลูก
  • ผักชี – 1 ต้น
  • กระเทียม – 5 กลีบ
  • ข่า – 3 ต้น
  • ตะไคร้ – 3 ต้น
  • กะปิ – 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยขาว – 5 เม็ด
  • มะเขือพวง – 5 ลูก

วิธีทำ:

  1. ทำน้ำพริกแกง: โขลกเครื่องแกงทั้งหมดให้ละเอียดโดยใช้เครื่องปั่นหรือคั่วในกระทะหรือใช้ครกหินบด จนเป็นเนื้อเหลวและมีลักษณะของน้ำพริกแกง สามารถปรับรสชาติได้ตามความชอบ พักไว้ให้เป็นเวลาสักครู่
  2. เคี่ยวเนื้อวัว: ล้างเนื้อวัวให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 2×2 นิ้ว จากนั้นนำไปต้มในหม้อให้เปื่อย โดยเติมน้ำจนท่วมเนื้อวัวแล้วตั้งไฟกลาง ควบคุมอุณหภูมิให้เป็นไฟอ่อนๆ และควบคุมเวลาการต้มเพื่อให้เนื้อสุกนุ่ม ประมาณ 30 นาที
  3. ปรุงรส: นำหัวกะทิมาคั่วในกระทะที่ใช้ในการทำน้ำพริกแกง คั่วให้เดือดและแตกมัน จากนั้นใส่น้ำพริกแกงที่เตรียมไว้ลงไป ผัดให้หอมและเป็นสีแดงเล็กน้อย ใส่เนื้อวัวที่เตรียมไว้ลงไป และใส่หัวกะทิที่เหลือ และหางกะทิ ผัดให้เข้าเนื้อ และเนื้ออ่อนไหลจะตัดได้ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำมะขามเปียก ลดเป็นไฟอ่อนๆ ผัดต่อจนน้ำแกงข้นเล็กน้อย ใส่หอมใหญ่ และแตงร้าน ผัดให้หอมอีกครั้ง ปิดไฟ
  4. เสิร์ฟ: ตักแกงบุ่มไบ่ใส่ถ้วยเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟไปพร้อมข้าวสวยหรือข้าวเส้นลูกชิ้น ให้ทุกคนเพลิดเพลินกับรสชาติที่เข้มข้นของแกงบุ่มไบ่ที่หอม香จากสมุนไพรและกลิ่นหอมของกะทิที่โดดเด่น
Read More  บอนชอน: เคล็ดลับในการดูแลผิวหน้าเพื่อผิวที่กระจ่างใสและสวยงาม

2. แกงรัญจวน

แกงรัญจวน

ส่วนผสม:

  • กระดูกหมู – 300 กรัม
  • เกลือสมุทร – 1 ช้อนชา
  • ตะไคร้ – 3 ต้น
  • หอมแดง – 5 หัว
  • น้ำตาลมะพร้าว – 10 หัว
  • ใบมะกรูด – 4 ใบ
  • ใบโหระพา – 1/4 ถ้วย
  • น้ำมะนาว – 2 ช้อนชา
  • น้ำพริกกะปิ – 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนู – 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:

  1. ทำน้ำซุป: ใส่กระดูกหมูลงในหม้อน้ำและเพิ่มเกลือสมุทรเล็กน้อยเพื่อให้เกิดรสเค็ม ตั้งไฟกลางและต้มกระดูกหมูจนน้ำเริ่มเดือด หมั่นช้อนฟองออกจากน้ำซุปเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก และปิดฝาหม้อเพื่อให้น้ำซุปตกเย็น
  2. เตรียมส่วนผสมอื่น ๆ: หลังจากน้ำซุปเย็นลงแล้ว เริ่มเตรียมส่วนผสมอื่น ๆ โดยหั่นหมูอ่อนเป็นชิ้นเล็กๆ และหั่นหอมแดงเป็นชิ้นเล็กๆ และหั่นใบมะกรูดเป็นชิ้นเล็กๆ และหั่นใบโหระพาเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นเตรียมไว้ในจานพร้อมสำหรับใช้งาน
  3. ปรุงรส: เมื่อน้ำซุปเริ่มเดือดใหม่ ใส่หมูอ่อนลงไปต้มในน้ำซุปจนสุก จากนั้นใส่หอมแดงลงไปต้มด้วย
  4. เติมเครื่องปรุง: เพิ่มน้ำมะพร้าวที่อยู่ในใบมะกรูดลงไปในน้ำซุป เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของมะกรูดที่ออกมาในน้ำซุป หลังจากนั้นใส่ใบโหระพาเพิ่มเข้าไปในน้ำซุปและคนเบาๆ ให้ใบโหระพาเข้ากับน้ำซุป พอเนื้อหมูสุกและน้ำซุปเริ่มเข้มข้นตามต้องการ ตรวจสอบรสชาติ และปรับปรุงด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก ตามความชอบ
  5. เสิร์ฟ: ที่เตรียมไว้ลงในถ้วยและเสิร์ฟร้อน พร้อมด้วยข้าวสวยหรือข้าวเส้น และเสิร์ฟร้อนๆ ตามความชอบของแต่ละคน เพื่อให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับรสชาติเปรี้ยวหอมของแกงรัญจวนที่อร่อยอันนี้

3. แกงระแวง

แชร์สูตร “แกงระแวง” รสชาติเผ็ดร้อน หวานเค็มลงตัว อาหารโบราณหากินยาก – NaiBann – ในบ้าน | คอนเทนต์บ้าน ที่พัก คาเฟ่ รีวิวบ้าน และทุกเรื่องของการใช้ชีวิต

ส่วนผสม:

  • หมูอ่อน – 400 กรัม
  • พริกขี้หนูสวน – 10 เม็ด
  • แตงกวา – 1 ลูก
  • มะเขือเทศ – 2 ลูก
  • กะทิข้น – 2 ถ้วย
  • น้ำตาล – 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา – 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก – 4 ช้อนโต๊ะ
Read More  วิธีทำ สาคูไส้หมู เม็ดสาคูนุ่มหนึบนานข้ามวัน ไส้รสเข้มข้น หอมอร่อย Sa-Ku Sai Muu l กินได้อร่อยด้วย

วิธีทำ:

  1. เตรียมส่วนผสม: ก่อนที่จะเริ่มทำแกงระแวง คุณควรเตรียมส่วนผสมทั้งหมดก่อนเพื่อให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น หั่นหมูอ่อนเป็นชิ้นพอคำ หรือตามความชอบของคุณ และหั่นพริกขี้หนูสวนเป็นชิ้นเล็กๆ หั่นแตงกวาและมะเขือเทศเป็นชิ้นพอคำ และเตรียมน้ำมะขามเปียกและน้ำปลาไว้สำหรับใช้ในการปรุงรส
  2. ผัดเนื้อ: ใช้กระทะใส่น้ำมันพืชลงไปและตั้งไฟกลาง รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นใส่เนื้อหมูลงไปผัดจนสุก และเริ่มเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลอ่อน จากนั้นใส่พริกขี้หนูสวนลงไปผัดพร้อมเนื้อหมู เพื่อให้เนื้อหมูเต็มไปด้วยรสชาติของพริกขี้หนู
  3. เติมเครื่องปรุง: เมื่อเนื้อหมูสุกแล้ว ใส่แตงกวาและมะเขือเทศลงไปผัดพร้อมเนื้อหมู ผัดให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำมะขามเปียกและน้ำปลาลงไป ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่น้ำพริกแกงระแวงที่เตรียมไว้ลงไป และผัดให้เข้ากัน
  4. นำน้ำมะขามเปียกและน้ำปลามาปรุงรส: เมื่อแกงเริ่มเดือด ใส่น้ำมะขามเปียกและน้ำปลาเข้าไป และคนให้เข้ากัน รสชาติจะต้องมีความหวานจากน้ำมะขามเปียก ความเค็มจากน้ำปลา และเปรี้ยวจากสมุนไพรที่อยู่ในน้ำมะขามเปียก
  5. ตรวจสอบรสชาติและปรับปรุง: ตรวจสอบรสชาติของแกงระแวงว่าเปรี้ยว-หวาน-เค็ม-เผ็ดเป็นอย่างไร และปรับปรุงรสชาติตามความชอบของคุณ หากต้องการเพิ่มความเผ็ด สามารถเติมพริกขี้หนูสวนสีเขียวและแดงหรือพริกแห้งบดลงไปได้
  6. เสิร์ฟ: นำแกงระแวงที่เราได้ทำไว้ตักใส่ถ้วย และเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมกับข้าวสวยหรือข้าวเส้นลูกชิ้น และคนให้ทุกคนเพลิดเพลินกับรสชาติเด็ดของแกงระแวงที่หอม香และเข้มข้นที่ได้ไปสำหรับการทำเมนูอาหารไทยแบบโบราณนี้

4. แกงนางลอย

khomsan24 on X: "#แกงนางลอย 🇹🇭🌶️🔥 https://t.co/c4YwGWxJre" / X

ส่วนผสม:

  • ปลาสลิด – 300 กรัม
  • ใบกระชาย – 1 ต้น
  • พริกขี้หนูสวน – 5 เม็ด
  • หน่อไม้ – 1 ลูก
  • น้ำมะขามเปียก – 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา – 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ – 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:

  1. เตรียมส่วนผสม: เริ่มจากการเตรียมส่วนผสมโดยการหั่นหมูอ่อนเป็นชิ้นเล็กๆ และหั่นพริกขี้หนูสวนเป็นชิ้นเล็กๆ ต่อมาให้หั่นแตงกวาและมะเขือเทศเป็นชิ้นพอคำ และเตรียมน้ำมะขามเปียกและน้ำปลาไว้สำหรับใช้ในการปรุงรส
  2. ผัดเนื้อ: ในกระทะใส่น้ำมันพืชลงไปและตั้งไฟกลาง รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นใส่เนื้อหมูลงไปผัดจนสุก และเริ่มเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลอ่อน จากนั้นใส่พริกขี้หนูสวนลงไปผัดพร้อมเนื้อหมู เพื่อให้เนื้อหมูเต็มไปด้วยรสชาติของพริกขี้หนู
  3. เติมเครื่องปรุง: เมื่อเนื้อหมูสุกแล้ว ใส่แตงกวาและมะเขือเทศลงไปผัดพร้อมเนื้อหมู ผัดให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำมะขามเปียกและน้ำปลาลงไป ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่น้ำพริกแกงนางลอยที่เตรียมไว้ลงไป และผัดให้เข้ากัน
  4. นำน้ำมะขามเปียกและน้ำปลามาปรุงรส: เมื่อแกงเริ่มเดือด ใส่น้ำมะขามเปียกและน้ำปลาเข้าไป และคนให้เข้ากัน รสชาติจะต้องมีความหวานจากน้ำมะขามเปียก ความเค็มจากน้ำปลา และเปรี้ยวจากสมุนไพรที่อยู่ในน้ำมะขามเปียก
  5. ตรวจสอบรสชาติและปรับปรุง: ตรวจสอบรสชาติของแกงนางลอยว่าเปรี้ยว-หวาน-เค็ม-เผ็ดเป็นอย่างไร และปรับปรุงรสชาติตามความชอบของคุณ หากต้องการเพิ่มความเผ็ด สามารถเติมพริกขี้หนูสวนสีเขียวและแดงหรือพริกแห้งบดลงไปได้
  6. เสิร์ฟ: นำแกงนางลอยที่เราได้ทำไว้ตักใส่ถ้วย และเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมกับข้าวสวยหรือข้าวเส้นลูกชิ้น และคนให้ทุกคนเพลิดเพลินกับรสชาติเด็ดของแกงนางลอยที่หอม香และเข้มข้นที่ได้ไปสำหรับการทำเมนูอาหารไทยแบบโบราณนี้
Read More  ยำมาม่า: สูตรอร่อยและสุขภาพสำหรับชีวิตที่เร่งรีบ

5. แกงนพเก้า

แกงนพเก้า by ครัวแล้วแต่เอ๋จ้าา

ส่วนผสม:

  • เนื้อหมู – 400 กรัม
  • ใบมะกรูด – 10 ใบ
  • ตะไคร้ – 5 ต้น
  • ขิง – 50 กรัม
  • น้ำมันพืช – 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ – 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา – 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:

  1. เตรียมส่วนผสม: เริ่มจากการเตรียมส่วนผสมโดยการหั่นหมูอ่อนเป็นชิ้นเล็กๆ และหั่นพริกขี้หนูสวนเป็นชิ้นเล็กๆ ต่อมาให้หั่นแตงกวาและมะเขือเทศเป็นชิ้นพอคำ และเตรียมน้ำมะขามเปียกและน้ำปลาไว้สำหรับใช้ในการปรุงรส
  2. ผัดเนื้อ: ในกระทะใส่น้ำมันพืชลงไปและตั้งไฟกลาง รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นใส่เนื้อหมูลงไปผัดจนสุก และเริ่มเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลอ่อน จากนั้นใส่พริกขี้หนูสวนลงไปผัดพร้อมเนื้อหมู เพื่อให้เนื้อหมูเต็มไปด้วยรสชาติของพริกขี้หนู
  3. เติมเครื่องปรุง: เมื่อเนื้อหมูสุกแล้ว ใส่แตงกวาและมะเขือเทศลงไปผัดพร้อมเนื้อหมู ผัดให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำมะขามเปียกและน้ำปลาลงไป ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่น้ำพริกแกงนพเก้าที่เตรียมไว้ลงไป และผัดให้เข้ากัน
  4. นำน้ำมะขามเปียกและน้ำปลามาปรุงรส: เมื่อแกงเริ่มเดือด ใส่น้ำมะขามเปียกและน้ำปลาเข้าไป และคนให้เข้ากัน รสชาติจะต้องมีความหวานจากน้ำมะขามเปียก ความเค็มจากน้ำปลา และเปรี้ยวจากสมุนไพรที่อยู่ในน้ำมะขามเปียก
  5. ตรวจสอบรสชาติและปรับปรุง: ตรวจสอบรสชาติของแกงนพเก้าว่าเปรี้ยว-หวาน-เค็ม-เผ็ดเป็นอย่างไร และปรับปรุงรสชาติตามความชอบของคุณ หากต้องการเพิ่มความเผ็ด สามารถเติมพริกขี้หนูสวนสีเขียวและแดงหรือพริกแห้งบดลงไปได้
  6. เสิร์ฟ: นำแกงนพเก้าที่เราได้ทำไว้ตักใส่ถ้วย และเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมกับข้าวสวยหรือข้าวเส้นลูกชิ้น และคนให้ทุกคนเพลิดเพลินกับรสชาติเด็ดของแกงนพเก้าที่หอม香และเข้มข้นที่ได้ไปสำหรับการทำเมนูอาหารไทยแบบโบราณนี

สรุป

การทำแกงไทยโบราณไม่เพียงแค่เป็นกระบวนการทำอาหารเพื่อเติมความอร่อยให้กับมื้ออาหารของเรา แต่ยังเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมและประเพณีที่มีความเข้มงวดในวงการอาหารไทยมาตั้งแต่โบราณ โดยแต่ละสูตรของแกงไทยโบราณมีเสน่ห์และลักษณะเฉพาะที่ทำให้เราหลงใหลและต้องการสัมผัสรสชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของแกงไทยโบราณอย่างแท้จริง

ด้วยเทคนิคการทำแกงที่ซับซ้อนและการเลือกใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพ แกงไทยโบราณสามารถสร้างรสชาติที่อร่อยและเข้มข้นได้ ไม่ว่าจะเป็นแกงบุ่มไบ่ที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ แกงรัญจวนที่มีรสเปรี้ยวจากน้ำมะขาม หรือแกงระแวงที่มีรสชาติเผ็ดเข้มข้นจากพริกแกงแห้ง

การทำแกงไทยโบราณไม่เพียงแค่เป็นการทำอาหาร แต่ยังเป็นการสร้างความสามารถในการเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติไทย ดังนั้น เมื่อคุณมีโอกาสลองทำแกงไทยโบราณ อย่าลืมให้ความสำคัญกับการเตรียมส่วนผสมอย่างถูกต้องและการปรุงรสที่เข้มข้นเพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริงของแกงไทยโบราณที่น่าตื่นเต้นและอร่อยแน่นอน!