ความเป็นรอยต่อ “ผัก ดอง ไทย”: สูตรง่ายที่บ้าน ประโยชน์สุขภาพ

การทำผักดองเป็นศิลปะการอาหารที่มีทั้งความคุ้มค่าทางโภชนาการและความอร่อยของรสชาติ ในโพสต์นี้เราจะพาคุณสำรวจโลกของผักดองในวงการอาหารไทย ทั้งจากประวัติและการใช้งานของผักดองไทย ไปจนถึงวิธีการทำผักดองที่ทุกคนสามารถทำได้ที่บ้าน พร้อมกับสูตรผักดองที่น่าลองกลับบ้านมาใช้ในชีวิตประจำวันของคุณ พร้อมทั้งประโยชน์ของการบริโภคผักดองต่อสุขภาพ มาเริ่มต้นการสำรวจโลกของ “ผักดองไทย” กันเลย!

1. ไชเท้าดอง

วิธีทำ หัวไชเท้าดอง เครื่องเคียงแสนโปรด กินกับไก่ทอดเกาหลี

ส่วนผสม:

  • หัวไชเท้า 1 หัว (ประมาณ 500 กรัม)
  • น้ำส้มสายชูหมัก หรือ น้ำส้มสายชูกลั่น 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:

  1. ล้างหัวไชเท้าให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดเล็ก ๆ หรือตามความชอบ
  2. ผสมน้ำส้มสายชูหมัก, น้ำตาลทราย, น้ำเปล่า และเกลือป่นในกระทะ นำไปตั้งไฟอ่อน ๆ คนจนน้ำตาลละลายและเป็นน้ำปิ้งข้น
  3. เมื่อน้ำปิ้งเริ่มเดือด ใส่หัวไชเท้าลงไป คนให้ทุกส่วนผสมเข้ากันให้ดี แล้วปิดฝาให้สนิท
  4. ปิดไฟและปล่อยให้ไชเท้านอนแช่ในน้ำปิ้งอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือให้ไชเท้าเข้าสีและมีรสชาติตามความชอบ
  5. เมื่อไชเท้าดองพอใจแล้ว นำออกมาจากน้ำปิ้ง ใส่ในภาชนะที่สะอาด และเก็บไว้ในตู้เย็นหรือที่อบเกลือได้

คำแนะนำ:

  • สามารถปรับปรุงรสชาติโดยการเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำส้มสายชูหรือน้ำตาลตามความชอบส่วนตัวได้
  • หากต้องการไชเท้าดองที่มีรสชาติเปรี้ยวมากขึ้น สามารถใส่น้ำส้มสายชูเพิ่มเติมได้
  • เมื่อเก็บไชเท้าดองไว้ในตู้เย็น จะช่วยให้ไชเท้าดองมีความสดชื่นและอร่อยยิ่งขึ้นและสามารถเก็บได้นานยิ่งขึ้น

2. ผักดองสามรส

ผักดองสามรส by KRUA.CO

ส่วนผสม:

  • น้ำดอง:
    • น้ำเปล่า 1650 กรัม
    • น้ำตาลทรายขาว 1120 กรัม
    • น้ำส้มสายชู 5% 1280 กรัม
  • ผัก:
    • หัวไชเท้า 2 หัวใหญ่ (ประมาณหัวละเกือบกิโลกรัม)
    • แครอท 5 หัวใหญ่
    • แตงกวาญี่ปุ่น 15 ลูก
  • เกลือป่น 3 ช้อนชา
Read More  วาสนาหมูกะทะ: การสำคัญและเทคนิคในการทำอาหารเสริมสุขภาพ

วิธีทำ:

  1. ล้างผักให้สะอาด และหั่นเป็นชิ้นขนาดเล็ก ๆ ตามความชอบ
  2. นำน้ำดองใส่ในหม้อหรือกระทะ ตั้งไฟอ่อน ๆ และนำไปต้มจนน้ำเดือด หรือจนน้ำตาลละลาย
  3. เมื่อน้ำเริ่มเดือด ใส่ผักที่หั่นไว้ลงไป และคนให้ผักโดนน้ำดองทั้งหมด
  4. ใส่เกลือป่นลงไปคนให้เข้ากัน และปิดฝาให้สนิท
  5. ปิดไฟและปล่อยให้ผักเจริญเติบโตในน้ำดองอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือจนผักมีรสชาติและสีที่ต้องการ
  6. เมื่อผักดองพอใจแล้ว นำออกมาจากน้ำดอง และนำไปใส่ในภาชนะที่สะอาด และเก็บไว้ในตู้เย็นหรือที่อบเกลือได้

คำแนะนำ:

  • สามารถปรับปรุงรสชาติโดยการเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำส้มสายชูหรือน้ำตาลตามความชอบส่วนตัวได้
  • หากต้องการผักดองที่มีรสชาติเปรี้ยวมากขึ้น สามารถใส่น้ำส้มสายชูเพิ่มเติมได้
  • เมื่อเก็บผักดองไว้ในตู้เย็น จะช่วยให้ผักดองมีความสดชื่นและอร่อยยิ่งขึ้นและสามารถเก็บได้นานยิ่งขึ้น

3. ทันมูจี

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

ส่วนผสม:

  • น้ำเม็ดพุดจีน 1500 กรัม
  • เม็ดพุดจีน 5 เม็ด (เลือกชนิดเม็ดใหญ่ บุบพอแตก)
  • น้ำดอง:
    • น้ำต้มเม็ดพุดจีน 1200 กรัม
    • น้ำตาลทราย 650 กรัม
    • น้ำส้มสายชู 750 กรัม
  • หัวไชเท้า 4 หัว (หัวละประมาณ 600 กรัม หั่นแบบละ 2 หัว)
  • เกลือป่น 3 ช้อนชา (แบ่งใส่หัวไชเท้าแบบละ 1+1/2 ช้อนชา)

วิธีทำ:

  1. นำเม็ดพุดจีนไปต้มในน้ำจนเดือด และได้สีตามชอบ หรือจนเม็ดพุดจีนเริ่มเป็นน้ำตาล จากนั้นกรองให้สะอาด และเตรียมไว้
  2. นำน้ำดองไปต้มในหม้อหรือกระทะ ตั้งไฟอ่อน ๆ และนำไปต้มจนน้ำเดือด หรือจนน้ำตาลละลาย
  3. เมื่อน้ำเริ่มเดือด ใส่หัวไชเท้าลงไป คนให้ทุกส่วนผสมเข้ากันให้ดี แล้วปิดฝาให้สนิท
  4. ปิดไฟและปล่อยให้ไชเท้านอนแช่ในน้ำดองอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือให้ไชเท้าเข้าสีและมีรสชาติตามความชอบ
  5. เมื่อไชเท้าดองพอใจแล้ว นำออกมาจากน้ำดอง ใส่ในภาชนะที่สะอาด และเก็บไว้ในตู้เย็นหรือที่อบเกลือได้

คำแนะนำ:

  • สามารถปรับปรุงรสชาติโดยการเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำส้มสายชูหรือน้ำตาลตามความชอบส่วนตัวได้
  • หากต้องการไชเท้าดองที่มีรสชาติเปรี้ยวมากขึ้น สามารถใส่น้ำส้มสายชูเพิ่มเติมได้
  • เมื่อเก็บไชเท้าดองไว้ในตู้เย็น จะช่วยให้ไชเท้าดองมีความสดชื่นและอร่อยยิ่งขึ้นและสามารถเก็บได้นานยิ่งขึ้น

4. ส้มผัก ผักดองอีสาน

ส้มผัก (ต้นหอม กะหล่ำปลี) by KRUA.CO

ส่วนผสม:

  • ส้มผักกะหล่ำปลี 1 หัว (ประมาณ 2 กิโลกรัม)
  • ต้นหอม 1 มัดใหญ่ (ประมาณครึ่งกิโลกรัม)
  • เกลือป่น 1-2 กำมือ (สำหรับคั้นผัก)
  • เกลือป่น 1-2 ช้อนชา (สำหรับปรุงรส ค่อย ๆ ใส่แล้วชิม)
  • ข้าวเหนียวหุงสุก 1 กำมือ (ประมาณ 60 กรัม)
  • ผงชูรส 1/2 – 1 ช้อนชา
  • น้ำอุ่น 3-4 ลิตร (ใส่พอท่วมผัก)
Read More  อาหารไทยติดอันดับเมนูยอดแย่ที่สุดในโลกจาก TasteAtlas

วิธีทำ:

  1. ล้างส้มผักกะหล่ำปลีและต้นหอมให้สะอาด และหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามความชอบ
  2. ใส่ส้มผักกะหล่ำปลีและต้นหอมลงในภาชนะที่มีความสะอาด และโรยเกลือป่นที่ใช้สำหรับคั้นผักลงไป แล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว
  3. ปล่อยส้มผักและต้นหอมให้ผสมกับเกลือป่นเป็นเวลาประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้ส้มผักออกน้ำเพียงพอ
  4. หลังจากนั้นใส่ข้าวเหนียวหุงสุกลงไปในภาชนะ เพื่อช่วยให้ส้มผักและต้นหอมแน่นหนา
  5. ต่อมาใส่ผงชูรสลงไป และเทน้ำอุ่นลงไปในภาชนะ โดยให้น้ำท่วมให้ครอบผัก
  6. คลุกเคล้าผสมให้ทั่วและเช็ดเหลือให้สามารถเจริญเติบโตได้ในน้ำเติม
  7. ปิดฝาและนำไปเก็บไว้ในที่ร่ม และปล่อยให้ส้มผักและต้นหอมเริ่มมีรสชาติ ใช้ได้หลังจากอยู่ในน้ำเติมไปเป็นเวลา 2-3 วัน

คำแนะนำ:

  • ควรเลือกส้มผักกะหล่ำปลีที่สดใหม่และไม่มีรอยบุบเบิ้ล
  • สามารถปรับปรุงรสชาติโดยการเพิ่มหรือลดปริมาณผงชูรสตามความชอบ
  • เมื่อส้มผักและต้นหอมมีรสชาติและสีที่ต้องการแล้ว สามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นหรือที่ร่มได้ เพื่อรักษาความสดชื่นและความกรอบของผัก

5. ขิงดอง

ประโยชน์ของขิงดอง พร้อมวิธีทําขิงดอง

ส่วนผสม:

  • ขิง 1,000 กรัม
  • เกลือ 3.5 ช้อนชา
  • น้ำส้มสายชู 500 มิลลิลิตร
  • น้ำตาล 500 กรัม
  • สีผสมอาหาร (สีชมพู)

วิธีทำ:

  1. ล้างขิงให้สะอาดและผ่าเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือตามความชอบ
  2. นำขิงมาใส่ในภาชนะที่มีความสะอาด และโรยเกลือลงไป คลุกเคล้าให้ทั่วและปิดฝาให้สนิท และปล่อยไว้เพื่อให้ขิงสามารถสำเร็จรูปได้
  3. หลังจากนั้น นำน้ำส้มสายชูและน้ำตาลใส่ในหม้อ ตั้งไฟอ่อน ๆ แล้วคนให้น้ำตาลละลาย และนำไปต้มจนน้ำเดือด
  4. เมื่อน้ำเริ่มเดือด ใส่ขิงที่เตรียมไว้ลงไปในหม้อ คนให้ทุกส่วนผสมเข้ากัน และต้มให้ขิงนิ่มลง
  5. เมื่อขิงนิ่มลงแล้ว ปิดไฟและปล่อยให้เย็นลง
  6. เมื่อน้ำเย็นลงแล้ว นำขิงและน้ำส้มสายชูที่ต้มมาใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด และนำไปเก็บไว้ในที่ร่มหรือตู้เย็น เพื่อให้ขิงดองสามารถสำเร็จรูปได้

คำแนะนำ:

  • ควรเลือกใช้ขิงที่สดใหม่และไม่มีรอยบุบเบิ้ล
  • การคั้นเกลือเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ขิงดองมีความกรอบและมีรสชาติที่เข้มข้นมากขึ้น
  • สามารถปรับปรุงรสชาติโดยการเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำส้มสายชูหรือน้ำตาลตามความชอบส่วนตัวได้

6. แตงกวาดอง

แตงกวาดอง อาหารสำหรับกินกับเมนูอาหารว่างง่ายๆ mykitchencook.com

ส่วนผสม:

  • แตงกวาดอง
  • เกลือเม็ด
  • น้ำตาล
  • น้ำส้มสายชู

วิธีทำ:

  1. ล้างแตงกวาให้สะอาดและผ่าเป็นชิ้นหรือแบ่งเป็นชิ้นตามความชอบ
  2. ใส่แตงกวาลงในภาชนะที่มีความสะอาดและเทน้ำเปล่าที่มีเกลือลงไป คลุกเคล้าให้ทั่วและปิดฝา
  3. ปล่อยแตงกวาไว้เพื่อให้เข้าเคลือบเกลือเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  4. หลังจากนั้น กรอกน้ำเปล่าออกและล้างแตงกวาใหม่ด้วยน้ำสะอาด
  5. นำแตงกวามาคั่วในน้ำตาลกับน้ำส้มสายชู โดยตั้งไฟอ่อน ๆ และคอยคนให้น้ำตาลละลาย
  6. เมื่อน้ำเริ่มเดือด ใส่แตงกวาลงไป และคนให้แตงกวาโดนน้ำตาลทั่วถึง
  7. ปิดไฟและปล่อยให้น้ำตาลเคลือบแตงกวาให้เข้าท่วมเป็นเวลา 15-20 นาที
  8. เมื่อแตงกวาเขียวและมีรสชาติที่ต้องการ นำออกมาใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด และเก็บไว้ในที่ร่มหรือตู้เย็น
Read More  แจกสูตรขนมจีนน้ำยาป่า ใครทำก็แซ่บหมดหม้อ l อร่อยพุง

คำแนะนำ:

  • สามารถปรับปรุงรสชาติโดยการปรับปริมาณน้ำตาลและน้ำส้มสายชูตามความชอบส่วนตัวได้
  • การคั่วแตงกวากับน้ำตาลช่วยให้แตงกวาดองมีรสชาติหวานนุ่มละมุนอีกขั้น และควรคั่วในไฟอ่อนเพื่อป้องกันการเน่าเสียของแตงกวา

7. ผักเสี้ยนดอง

ส้มผักเสี้ยน กิมจิแดนอีสาน | OpenRice ไทย

ส่วนผสม:

  • ผักเสี้ยน
  • เกลือเม็ด

วิธีทำ:

  1. ล้างผักเสี้ยนให้สะอาดและเตรียมไว้ในภาชนะที่มีความสะอาด
  2. นำผักเสี้ยนมาแช่ในน้ำเกลือเม็ดที่ละเอียดลงไปในภาชนะ และให้น้ำเติมท่วมผักเสี้ยน
  3. ปิดฝาภาชนะให้สนิทและปล่อยผักเสี้ยนไว้ในน้ำเกลือเป็นเวลา 2-3 วัน หรือจนกว่าผักเสี้ยนจะมีรสเค็มพอใจ
  4. เมื่อผักเสี้ยนดองพร้อมแล้ว นำออกมาใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด และเก็บในที่ร่มหรือตู้เย็น

คำแนะนำ:

  • ควรเลือกใช้ผักเสี้ยนที่สดใหม่และไม่มีรอยบุบเบิ้ล
  • การคั่วในน้ำเกลือเม็ดช่วยให้ผักเสี้ยนดองมีรสเค็มและรสชาติที่หอมมันอีกขั้น
  • เมื่อผักเสี้ยนดองพร้อมแล้ว ควรเก็บไว้ในที่ร่มหรือตู้เย็นเพื่อรักษาความสดชื่นและความกรอบของผัก

8. ผักกาดดองหวาน ผักกาดดองสามรส

ผักกาดดอง ทำเอง

ส่วนผสม:

  • ผักกาดเขียว 2,800 กรัม
  • เกลือ 220 กรัม
  • น้ำ 5-6 ลิตร

สำหรับน้ำดองเค็ม:

  • เกลือ 220 กรัม (สำหรับนวดผัก)
  • ข้าวเหนียว 350 กรัม
  • น้ำสะอาด 3 ลิตร (สำหรับซาวข้าวเหนียวเพื่อเอาน้ำเกลือ)

สำหรับน้ำดองสามรส:

  • น้ำตาลทราย 600 กรัม
  • น้ำส้มสายชู 450 กรัม
  • เกลือ 23 กรัม
  • น้ำสะอาด 600 กรัม
  • สีเหลืองผสมอาหาร

วิธีทำ:

  1. ล้างผักกาดให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นตามความชอบ
  2. นำผักกาดมานวดด้วยเกลือเล็กน้อยเพื่อให้น้ำหลักออกมา
  3. นำข้าวเหนียวมาต้มในน้ำสะอาดจนสุก เป็นเวลาประมาณ 30-40 นาที และต้มเสร็จแล้วเทใส่ภาชนะ
  4. นำผักกาดที่น้ำหลักออกมาแล้วไปนวดในเกลือและข้าวเหนียวที่ต้มสุกแล้ว เพื่อให้ผักกาดดองได้เร็วขึ้น
  5. นำผักกาดที่นวดดองไว้ในภาชนะแล้ว นำน้ำ 5-6 ลิตร มาเทลงไปจนท่วมผักกาด
  6. ปิดฝาและเก็บไว้ในที่ร่มหรือตู้เย็นเพื่อให้ผักกาดดองสามารถสำเร็จรูปได้

คำแนะนำ:

  • ควรเลือกใช้ผักกาดเขียวที่สดใหม่และไม่มีรอยบุบเบิ้ล
  • การนวดผักกาดด้วยเกลือเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ผักกาดดองมีความกรอบและมีรสชาติที่เข้มข้นมากขึ้น
  • สามารถปรับปรุงรสชาติโดยการเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำส้มสายชูหรือน้ำตาลตามความชอบส่วนตัวได้

สรุป

ผักดองเป็นอาหารที่มีความนิยมในวงกว้างในวงการอาหารไทย เนื่องจากมีรสชาติที่หลากหลายและเป็นที่นิยมของคนไทยมากมาย การทำผักดองไม่ยากอย่างที่คิด และสามารถปรับปรุงรสชาติตามความชอบได้ง่าย โดยสามารถใช้สูตรต่าง ๆ เพื่อสร้างผักดองที่อร่อยและมีคุณภาพได้ เช่น ไชเท้าดอง เป็นการดองผักที่มีรสชาติหวานนุ่มละมุน ผักดองสามรส ที่มีรสชาติเปรี้ยว หวาน และเค็มอย่างสมดุล และขิงดองที่มีรสชาติหอม หวาน และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ การทำผักดองไม่เพียงแต่ทำให้มีอาหารสุขภาพ แต่ยังเป็นวิธีการถนอมผักเพื่อให้สามารถบริโภคได้นาน ๆ อีกด้วย ดังนั้น หากคุณสนใจทำอาหารที่อร่อย สุขภาพดี และสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน ไม่ควรพลาดการทำผักดองในบ้านครับ